เเนะนำเว็บไซต์เรียนภาษาดัตซ์ สอบ A1

สำหรับเพื่อนน้องๆที่กำลังจะสอบ Dutch A1 เเละอยากเรียนด้วยตัวเอง ไม่ต้องเสียเงิน วันนี้เรามีเว็บมาเเนะนำ ซึ่งเว็บเหล่านี้มีประโยชน์มากเเละดีมาก เพราะข้อสอบที่ออกมามีความคล้ายคลึง เเต่เราจะเเนะนำเฉพาะเว็บที่เราเรียนเเละใช้ฝึกฝนนะค่ะเพื่อนๆหลายคนอาจมีเว็บไซต์อื่นๆที่เพื่อนใช้เป็น study meterial ของเพื่อนๆ  หากเพื่อนๆอยากได้คะเเนนเต็มสิบทุกพาส เเนะนำให้ฝึกฝน เเละ ทำข้อสอบบ่อยๆ ทำกลับไปกลับมาจนเราจำได้ ฟังบ่อยๆ ทบทวนอย่างระเอียด คำไหนออกเสียงไม่ได้เราก็ใช้ตัวช่วยของเรา คือ เเฟน เพื่อน ชาวดัตซ์นี่ละค่ะ รับรองได้ผลเกินคาด ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้ ถ้าเราตั้งใจ รับรองผลออกมา เราต้องร้องว่า  yeah I’ve made it! เว็บไซต์ มีดังนี้

  1. http://www.naarnederland.nl อันนี้เป็นเว็บไซต์โคกับทาง IND ถือว่ามีประโยชน์มาก ศัพท์ก็ไม่ยากมาก เข้าใจง่ายไม่ซับซ้อน ก็จะมีหมดค่ะ ที่เป็นความรู้ของ KNS, reading and speaking เขามีหนังสือขายด้วยนะค่ะหากเเพื่อนๆคนไหนอยากซื้อมาทำเเละฝึกที่บ้านก็ได้ เเต่เราใช้วิธีเข้าไปทำข้อสอบในเว็บไซต์ จะได้ประหยัดค่าใช้จ่าย 🙂
  2. https://www.adappel.nl/lesmateriaal อันนี้มีข้อสอบให้ทำทั้ง อ่าน ฟัง  เเละเเบบฝึกหัดให้ทำเยอะเเยะเลย อันนี้ดีมากค่ะ สามารถปริ้นอออกมาทำก็ได้หากเราไม่อยากนั่งมองคอมพิวเตอร์นานๆ
  3. http://www.learndutch.org อันนี้ก็ดีค่ะ มีข้อสอบให้ทำ เนื้อหาไม่ยากค่ะเหมาะสำหรับคนที่เริ่มเรียน การอธิบายดีเเละมีคำศัพท์ให้เราเรียนรู้มากมายไม่ใช่เฉพาะคนที่อยากใช้สอบ A1เท่านั้นนะค่ะยังเหมาะสำหรับเพื่อนๆที่เริ่มต้นเรียนอีกด้วย
  4. Youtube เราใช้ยูทูปให้เป็นประโยนช์ มีข้อสอบพูดให้เราทำเยอะเเยะเลย ค่ะ เช่น https://www.youtube.com/watch?v=c34aNmPlJOM&list=PLxjDI-V0V7W0U51PIwOywNCKQ6rviUMyCคลิ๊กเเละนี่คือคำถามที่เราเอาออกมา ให้เราลองฟังเเล้วหาคำตอบดู  รับรองสนุกค่ะ                               Q1. Wat doet u in het weekend?                                                                                          Q2. Hoeveel kost een vliegticket naar Nederland?

    Q3. Welke sport vindt u leuk?

    Q4. Wat doet u als u ziek bent?

    Q5. Welke datum is het vandaag?

    Q6. Hoeveel kinderen hebt u?

    Q7. Wat vindt u lekker om te eten?

    Q8. Hoe laat staat u ’s ochtends op?

    Q9. Wanneer bent u jarig?

    Q10. In welke stad bent u nu? Almelo / Wierden

    part 2

    S1. Dat is gezond / goed

    S2. De boot vaart langzaam

    S3. Daar ziet zij hun hond / kat

    S4. Brood is gezond / lekker

    S5. Over een half uur is het half drie

    S6. Hij heeft pijn in zijn hoofd

    S7. Zij pakt

    S8. Zij vinden dat leuk

    S9. Zij gaan naar Amsterdam

    S10. De muziek is

    S11. Ik lees die onmiddellijk (= it immediately)

    S12. Hij is blij

     

    อันนี้เราเอาตัวอย่างมาให้ดูอันที่เราฝึก เวลาสอบก็มีความคล้ายกัน เวลาตอบพยายามตอบให้สั้น เเต่ต้องเป็นประโยคนะค่ะ จะดีที่สุด  เเละพูดให้ชัดเจนช้าๆชัดๆ รับรองได้เต็มค่ะ ขอเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆที่กำลังจะไปสอบหรือกำลังเรียนไปสอบทุกคนนะค่ะ

มาเที่ยวหมู่บ้านเล็กๆที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ชวนให้หลงไหลอย่าง หมู่บ้าน “Giethoorn”

img_9281

วันนี้สาวภูไทจะพาเพื่อนๆเดินทางจากกาฬสินธุ์ดินเเดนน้ำดำ ไปยังอีกฟากฝั่งทวีปยุโรป ยังหมู่บ้านเล็กๆเเห่งหนึ่งในประเทศ Netherland ที่มีชื่อว่า Giethoorn เเละเป็นที่รู้จักในนาม “Hollands Venetie” (Venice of Hollands) มีประชากรอาศัยอยู่ 2630 คน ที่ตั้งอยู่ระหว่างเมือง Steenwijk กับ เมือง Meppel เป็นหมู่บ้านที่ล้อมรอบไปด้วยคูคลอง เเละมีสะพานข้ามคลองมากกว่า 180 สะพาน การสัญจรไปมาโดยการใช้เรือ มีถนนสำหรับคนเดินเท้า เเละทางจักรยาน ผู้คนที่อาศัยอยู่เเต่ก่อนเป็นชาวไร่ ชาวนา หมู่บ้านเล็กๆเเห่งนี้กลายเป็นที่รู้จักเพราะ ภาพยนต์ตลกเรื่อง Fanfare หลังจากนั่น หมู่บ้านเเห่งนี้ก็ได้กลายเป็นที่รู้จักมากขึ้น ปัจุบันนี้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเยี่ยมชม หมู่บ้านGiethoon เป็นจำนวนมากต่อปีเเละเป็นที่นิยมมากในกลุ่มนักท่องเที่ยว เอเชียโดยเฉพาะ ชาวจีน (https://nl.wikipedia.org/wiki/Giethoorn)

 

img_9299

บ้านที่นี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว หลังคาบ้านจะเป็นเเบบ thatched roof  เเบบนี้จะเป็นการมุงด้วย water reed หรือ บ้านเราก็เป็นพืชตระกูลกก หลังคาเเบบดีตรงที่หน้าหนาวทำให้บ้านอบอุ่น เก็บความอุ่นได้ดี เเต่หน้าร้อนก็เก็บความร้อนได้ดีเลยทีเดียว เช่นเดียวกับบ้านสาวภูไทเองค่ะ  หลังคาเเบบนี้อยู่ได้นานถึง 15-40 ปีเลยทีเดียว(ที่มา https://www.higos.co.uk/blog/how-long-does-a-thatched-roof-last) ส่วนตัวเเล้วสาวภูไท ชอบสไตล์บ้านเเบบนี้ ค่ะ

 

img_9283

เป็นที่น่าสนใจว่าหมู่บ้านเล็กๆมีการจัดการท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี เเละนำเสนอเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาเป็นตัวดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวชม เเละ หมู่บ้านเเห่งนี้มีการจัดการการท่องเที่ยวที่ดี โดยดูจากองค์ประกอบการท่องเที่ยวโดยชุมชน หรือ Community Based Tourism ที่ชุมชนได้มีส่วนร่วมเเละสามารถนำไปสู่การท่องเที่ยวชุมชนยั่งยื่นได้ เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจเลยทีเดียว มีการจัดการที่ดี มีระบบไม่ว่าจะเป็นเรื่องสภาพสิ่งเเวดล้อม มีการจัดการขยะ ไม่มีมลภาวะทางเสียงรบกวนชาวบ้านเเละนักท่องเที่ยว มีที่จอดจักรยานเป็นหลักเเหล่งไว้สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบปั่นจักยาน มีป้ายบอกรายละเอียดสถานที่ต่างๆ การเช่าเรือ รถจักรยาน หรือการนั่งเรือชมบรรยากาศรอบหมู่บ้าน เเละมีราคาบอกเเน่ชัด ไม่มีการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว นี่ถือได้ว่าเป็นการจัดระบบระเบียบที่ดีเลยที่เดียว ซึ่งนั่นสามารถ รองรับนักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ เเละอำนวยความสะดวกสบายให้กับนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี

 

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมหลายอย่างให้นักท่องเที่ยวได้ทำ ไม่ว่าจะเป็นการนั่งเรือชมสถานที่ต่างๆ ปั่นจักรยาน เดินชม ร้านค้า พิพิธภัณฑ์ หรือเเม้เเต่ร้านอาหาร คาเเฟ่ก็มีการจัดการที่ดี เมื่อมาเที่ยวเนเธอร์เเลนนอกจากจะไปเยี่ยมชมทุ่งดอกทิวลิปแล้วอย่าลืมเเวะมาเที่ยวที่หมู่บ้าน Giethoorn นะค่ะ

 

“ชีวิตที่ไม่มี เฟชบุ๊ค อินตราเเกรม หรือ ทวิตเตอร์”

ฉันออกจากโลกออนไลน์มาเกือบสองปีเเล้ว มันเปลี่ยนชีวิตฉันหลายอย่างเลย

img_3337

เกือบสองปีที่เเล้วฉันตัดสินใจ ออกจาก เฟชบุ๊ค อินตราเเกรม ทวีตเตอร์ หลังจากที่ฉันเห็นว่ามันเริ่มที่จะครอบครองชีวิตของฉัน มากขึ้นทุกวัน ฉันมีเฟชบุ๊ค อินตราเเกรม หรือทวิตเตอร์ ด้วยเหตุผลเหมือนๆใครหลายๆคนที่ต้องการมีไว้เป็นช่องทางการติดต่อเพื่อน ครอบครัว หรือ การเรียน การทำงาน ที่ทุกวันนี้ถือว่าสำคัญ เเต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับฉันคือ ฉันติดมันมากเลยที่เดียว สุดท้ายฉันก็ตัดสินใจกับตัวเองว่าจะเลิกโดยเด็ดขาด นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนเเปลง หนึ่งวันผ่านไปก็โหลดกลับมาอีก เอาน่านิดหนึ่งเเละค่อยจำกัดเวลาในการเช็ค โพส เเต่ก็ไม่ได้เป็นอย่างนั่น กลับมาติดเหมือนเดิม คงเหมือนกับการติดยาเสพติด หรือ การเสพติดอย่างอื่น ที่หลายครั้งที่จะออกจากมันเเต่ก็ต้องกลับมาอีกเพราะคิดว่า ไม่เป็นไรเเค่นิดเดียว จนสุดท้ายเลยต้องหักดิบเลย เอาซิฉันต้องทำได้ดีที่มีคนออกเป็นเพื่อนนั่นคือ เเฟน เกิดอะไรขึ้น พอลบออก หายเงียบไปจากสิ่งเหล่านี้ เพื่อนร่วมงานเริ่มถามละ เจ้หายไปไหน ทำไมไม่เห็นใน เฟชบุ๊ค อินตราเเกรม เเล้ว จะดีเหรอไม่ใช้เเล้วนะ ระวังตามเพื่อนไม่ทันนะว่าเกิดอะไรขึ้น เเละคำถามต่างๆนานา ยังกับฉันเป็นดารา จะติดต่อยังไง จะไม่เหงาเหรอ เเม้เเต่เพื่อนยังห่วงกลัวติดต่อไม่ได้ หนึ่งเดือน สองเดือน สามเดือน หนึ่งปี หนึ่งปีครึ่ง ผ่านไป ฉันก็ยังอยู่ได้ บางทีการที่เราปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เป็นตัวครอบหง่ำเราเราก็จะขาดสติ จนทำให้มันเป็นนายเรา เหมือนทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตถ้าเราใช้มากเกินไปมันก็ไม่ดี เพราะฉะนั้นต้องพอ ไม่ใช่ว่าโซเซียลมีเดียไม่ดีนะค่ะ หากเราหาประโยชน์จากมันได้ มันก็ไม่ใช่สิ่งเลวร้ายค่ะ มาดูว่าหลังจากที่เลิกไปโดยเด็ดขาด ชีวิตฉันเปลี่ยนไปยังไง

ฉันมีเวลาให้กับตัวเองเเละคนที่ฉันรักมากขึ้น เมื่อก่อนตื่นเช้ามาสิ่งเเรกที่ทำคือ เช็คเฟชบุ๊ค อินตราเเกรม เข้าห้องน้ำใช้เวลานาน เพราะมั่วเเต่เช็คเฟชบุ๊ค ฉันใช่เวลากับมันหลายชั่วโมงต่อวันโดยที่ไม่ได้อะไรเลย เเต่หลังจากที่ฉันหยุดใช้มัน ฉันมีเวลาทำหลายสิ่งหลายอย่าง ฉันมีเวลาออกกำลังกาย มีเวลาคุยกับเเม่เเละครอบครัวมากขึ้น เเม้เเต่การไปกินข้าวกับเเฟน เราก็คุยกันมากขึ้น ก่อนนอนฉันไม่เช็คเฟชบุ๊คเเล้ว เเต่ฉันมีหนังสืออ่าน จริงเเล้วมันมีอะไรให้เราทำเยอะเเยะ  นอกจากนี้มันทำให้ฉันอยู่ในโลกของความเป็นจริง มีจิตใจสงบ  เเละไม่เปรียบเทียบตัวเองกับเพื่อนๆคนอื่น การที่เราเห็นเพื่อนโพสไปเที่ยว ไปช๊อป ไปกิน เราทำงาน เเล้วเราเห็นเราก็จะรู้สึกว่าทำไมเราไม่ได้ทำบ้าง เราต้องมานั่งทำงานในขณะที่เพื่อนสนุกสนาน ต่างๆนา บางคนบอกว่าก็อย่าไปสนใจซิ ว่าได้ค่ะเเต่ในทางปฏิบัติมันยากที่ไม่ให้เราเปรียบเทียบหรืออิจฉาคนอื่น เเต่การที่เราไม่รู้ไม่เห็นเราก็ไม่ทุกข์ใจหรือ เป็นเดือดเป็นร้อนใจ ใช่ไหมค่ะ เพราะเราไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่องของใคร เราก็มีใจที่สงบ เเละจะได้จดจ่อกับสิ่งที่ทำ เเละฉันคุยกับเพื่อนร่วมงานมากขึ้น ไม่ใช่มั่วเเต่ไปคุยกับเพื่อนที่อยู่ในโลกออนไลน์​   เเละฉันยังเป็นผู้ฟังที่ดี เวลาไปกินข้าวกับเพื่อนๆ ฉันก็จะขอเพื่อนให้ว่างโทรศัพท์ก่อน เเล้วทานข้าวคุยกัน เหมือนสมัยเราไม่มีโซเวียลมีเดีย หรือ สมาร์ทโฟน เเบบนี้ดีกว่าใช่ไหมค่ะ นอกจากนี้ฉันยังมีเวลา อ่านหนังสือ ทำงานบ้าน เล่นกีฬา นั่งคุยกับคุณยาย เล่นกับหลาน ไปเที่ยวกับครอบครัวโดยที่ฉันไม่ต้องกังวัล ว่ารูปใช้มีคนกดไลค์ไปเท่าไหร่ หรือเมื่อไหร่เพื่อนจะรับคำขอ หรือคิดเเม้กะรทั้งว่าวันเกิดเราจะมีคนมาอวยพรกี่คน สิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นกับฉันเเละฉันดีใจที่ฉันออกจากมันได้ เเละฉันก็ไม่คิดถึงมัน เพราะฉันมีความสุขได้โดยไม่ต้องมีสิ่งเหล่านี้ เเละไม่สนใจว่าคนอื่นจะคิดยังไง ทั้งนี้ทั้งนั่นฉันไม่ได้หมายความว่าคนที่ใช้โซเซียลหรือ โซเซียลมีเดียไม่ดีนะค่ะ ทุกอย่างดีหมดหากเราใช้ให้พอดี ที่สำคัญอย่าลืมใส่ใจคนที่อยู่รอบๆข้างเรา เเบ่งเวลาให้ลงตัว เเค่นี้เราก็จะใช้โซเซียลมีเดียได้อย่างมีความสุขไม่ปล่อยให้มันกลายเป็นตัวควบคุมเรา เเค่นี้ก็ดีเเล้วค่ะ

ขอบคุณรูปภาพประกอบจาก http://www.pexels.com

Easy and quick Salmon Red Curry

I love eating as well as cooking  but I don’t like to spend a lot of time in the kitchen so today I will quickly make my  salmon red curry dish. 🙂  Yum!! let’s see what are the ingredients and the method . “Do it my way”

Ingredients

Salmon 200 g

Red curry paste 1 tbs

All purpose flour 3 tbs

Coconut milk 150 ml

Olive oil 1 tbs

Fish sauce 1 tsp(optional) “you can use soy sauce or salt instead”

Brow sugar 1 tsp

1 Fresh chili

Sweet Basil leaf

Kaffir lime leaf

Lesser Galanga( optional)

img_3296-1

 

 

Method

  1. First I pan-fired my salmon to prevent they break apart once I put into my curry sauce. seasoning with salt and pepper
  2. Preparing red curry  ” use medium high heat add 1 tbs olive oil and 1 tbs red curry paste stir-fried for 1 minute after that add coconut milk a little by little and keep stir till you can see coconut oil then add more coconut milk set your burner to a low heat  and  let the curry boil for 4 minutes after that I seasoning with sugar, fish sauce mix well and it”s done! 🙂

 

This is how it looks once I put the over my salmon and it is Yummy! 🙂 I love it so much.

กินปลาเฮริ่ง ที่ เนเธอร์เเลนด์

หากเดินทางมาเที่ยว เนเธอร์เเลนด์ สิ่งหนึ่งที่ต้องลองคือ ปลาเฮริ่ง  ซาชิมิสไตล์ดัช

 

ปลาเฮริ่งที่นิยมทานในเนเธอร์เเลนด์นั่นจะเป็นปลาเฮริ่งดอง “Soused herring” วิธีการดองก็จะใช้การดอง กับน้ำส้มสายชูบ้าง หรือ การดองน้ำเค็ม เเละอาจมีการเติม น้ำตาล น้ำส้มสายชูเเอปเปิ้ล ชา หรือ เบลิฟ(ใบสมุนไพรที่นิยมใช้ในเเถบเมดิเตอเรเนียน มีกลิ่นหอมสามารถดับกลิ่นคาวของอาหารได้ดี) ที่มา: https://en.wikipedia.org/wiki/Soused_herring

เชื่อไหมว่าสาวภูไทมาเริ่มทานปลาเฮริงเมื่อมาอยู่ที่นี่เเละชอบมาก เเรกๆก็รู้สึกแปลกๆ เเต่เดียวนี้ไปร้านขายปลาทีไรต้องทานปลาเฮริง ชอบมาก ที่นี้ เขาจะเสริฟกับหอมหัวใหญ่ เเละก็เเตงดอง อร่อยมาก เเค่คิดน้ำลายไหลเเล้ว 🙂

วิธีการทานก็ ง่ายมากค่ะ เเบบที่หนึ่งคือ จับหางยกขึ้นเเล้วก็กัดกินเลย  Yum! เเบบที่สองเป็นเเบบหั่นเป็นชิ้นๆ เเล้วใช้ไม้จิ้มๆเขาปาก เเบบนี้เหมาะสำหรับคนที่ไม่อยากให้มือเปลือนค่ะ เเบบที่สามเป็นเเบบ ทานกับขนมปังเป็นเเบบเเซนวิช เเบบนี้สาวภูไทลองเเล้ว เเต่ไม่ชอบเพราะเวลากินกับขนมปังเเล้วเสียรสชาติปลาเลยไม่เอาดีกว่า  อย่าลืมนะค่ะถ้ามีโอกาศมาเที่ยวเนเธอร์เเลนด์ต้องลองค่ะ สำหรับวันนี้พอเเค่นี้ก่อนค่ะ 🙂

เมื่อรักพังลง ทำยังไงฉันถึงเป็นฉันคนเดิมได้ทุกวันนี้

img_2102

หลังความมืดมน ยังมีเเสงสว่าง ทุกปัญหาย่อมมีทางออกเสมอ

เมื่อรักพังสลาย ความรักกลายเป็นดาบเเหลมคม คนที่เรารักเเละคิดว่าเขาจะไม่ทำร้ายเรา กลับใช้ความรักนั่นเเทงเข้าข้างหลังเราทะลุตัดขั่วหัวใจขาด สิ่งที่เหลือทิ้งไว้ก็คือเเผลที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ทำยังไงฉันถึงกลับมาเป็นคนเดิมได้เเละกลับมองโลกรวมเปลี่ยนไป มุมมองของความรักฉันเปลี่ยนเเค่ไหน คำว่ารักของฉันมันยังสวยงามอยู่อีกใหม่ เมื่อมีความรักมันก็ต้องมีความ สุข เศร้า ผิดหวังตามมาเป็นเรื่องธรรมดาค่ะ 

ความรักของฉันเกิดขึ้น ณ ประเทศเเถมยุโรป ฉันได้พบกับความรัก เพราะการเดินทางไปทำงาน ต่างบ้านต่างเมือง การพบกันของเรา มันก็ไม่ได้หรูหรา เราเจอกันเพราะเราไปเที่ยวกับเพื่อน ในตัวเมือง บังเอิญได้เจอกัน คุยกันถือว่าถูกชะตา เขาเป็นนักศึกษา ป ปริญา โท ณ มหาลัยชื่อดังเเห่งหนึ่ง ทำงานด้านคอมพิวเตอร์ ถือว่าหน้าที่การงานมั่นคง หลังจากนั้นเราก็เเลกเบอร์กัน เเละ เริ่มเรียนรู้กันมา ระหว่างนั่นเราก็เดสกันทุกอาทิตย์ เพราะฉันหยุดวันเสาร์อาทิตย์ เราชอบทำกิจกรรมด้วยกัน เราชอบท่องเที่ยว พบเจอผู้คนมากมาย ความสุขงอม จำได้ว่าตอนนั่นมีความสุขมาก เราไม่ได้คิดอะไรมาก นอกจากอยากอยู่กับเขา จนเราไม่ได้สนใจ สิ่งที่เป็น *Red Flag ใดๆทั้งสิ้น นี่นะที่เราว่าความรักทำให้คนตาบอด ทุกอย่าดูสวยงามไปหมด เขาเป็นคนดีมาก ดูเเลดี สิ่งเเรกที่เรารู้เมื่อเริ่มรู้จักกับเขาคือ เขาเป็นมังสาวิรัตร เเต่เขาไม่ได้บอกเราตั้งเเต่ที่เเรก เเต่เราก็คิดว่าไม่เป็นไรหรอกเพื่อคนที่เรารักเราปรับตัวเองได้ เสมอ ไม่มีปัญหาอะไร ก็ทุกคนคิดเเบบนี้ไหมไม่รู้ เเต่ เราคิดว่าเราปรับตัวได้ เขาเป็นคนทานมังสาวิรัต เราก็ทานได้ การทำอาหารต่างๆเราก็ทำให้เป็นมังสาวิรัตรได้ เเรกเขาเช่าห้องอยู่กับเพื่อนในเมือง เป็นอพาท์เม้นมีหลายห้องเเละก็เเชร์กันอยู่ เราก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะรักฉันได้ทำทุกอย่างจนฉันลืมมองกลับมาดูตัวเองว่าเราเป็นตัวของตัวเองมากเเค่ไหน เราต้องเปลี่ยนเพื่อเขามากเเค่ไหน  เวลาผ่านไป เมื่อสัญญา การทำงานจบลงฉันต้องกลับบ้านเพราะอยู่ต่อไม่ได้ พอกลับมาที่ไทย เราเดินทางไปมาหากันตลอดเวลา เราเชื่อใจเขามาก เเละ เสมอเขาไม่ใช่คนที่จะทำเเบบนั่น หมายถึง ช่วงเวลาที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน เขาไม่เคยนอกลู่นอกทาง จนกระทั้งปี 2012 เราตัดสินใจเเต่งงาน ฉันกลับไปที่ประเทศนั่นเผื่อ ทำเรื่องเเต่งงาน การเเต่งงานของเรา เป็นเเบบเรียบง่าย *มีเเค่เราสองคน พ่อเเม่ฝ่ายชายไม่ได้รับรู้อะไร ไม่มีใครรู้ เราบอกพ่อเเม่เรา เเละเพื่อนเรา เราก็คิดว่าไม่เป็นไรหรอก หลังจากเเต่งงานเรายังไม่ย้ายไปอยู่ที่นั่นกับเขา เพราะความไม่สะดวกหลายอย่าง พ่อที่ป่วยเป็นโรคไต ต้องฟอกไต เราต้องช่วยเเม่ดูเเลพ่อ เขาก็เข้าใจ เราใช้วิธีการเดินทางไปเยี่ยม หรือเขามาหาเราที่ไทย ทำอยู่เป็นเวลา 2 ปี พ่อท่านได้จากไปอย่างสงบ หลังจากนั่นเราก็เลยตัดสินใจพูดกับเขาว่าเราจะย้ายไปอยู่กับเขา เราก็ดำเนินการทำเรื่อง เพื่อขอวีซ่าตามคู่สมรส ซึ่งตอนนั่นเราก็อยู่ที่ประเทศนั่น ไม่ได้กลับไทย คือรอเอกสารต่างๆที่นั่น

ในระหว่างนั่น เราได้ซื้ออพาท์เม้นท์ใหม่ ย้ายออกไปอยู่นอกเมือง วางเเผนทุกอย่างเป็นอย่างดีเพื่ออนคตของเราสองคน เราไม่เคยทะเลาะกัน เราเป็นคนชอบเล่นกีฬา เรามีเพื่อนคนไทยหลายคนที่นั่น ส่วนเขาไม่ค่อยมีเพื่อนเท่าไหร่ นับได้ว่ากี่คน เขาจะมีกลุ่มของคนที่ เป็นมังสาวิรัตร เเละพูดภาษาอะไรก็ไม่รู้ กลุ่มเพื่อนๆก็จะมาจากหลากหลายประเทศ  ฉันทำทุกอย่างให้เขา ทำหน้าที่ภรรยา ดูเเลเสื้อผ้า กับข้าว งานบ้านทุกอย่างเขามีหน้าที่ทำงาน หาเงิน เเต่ขอบอกว่าเขาไม่ได้ให้เงิน ใช้นะ เราใช้เงินกระเป๋าใครกระเป๋ามัน ฉันหาเงินด้วยการช่วยงานร้านอาหารเพื่อน ที่เเสนดีให้โอกาศเรา ถือว่าเราโชคดี เราไม่เคยทะเลาะกัน มีอะไรเราก็จะบอก ไม่เคยเลย ไม่เคยคิดเเม้ว่าสามีจะนอกใจ เพราะเขาเป็นคนดี ในสายตาเรา เราก็มีควาสุขกันดี

ปี 2015 ช่วงหน้าร้อนเราไม่ได้ไปเที่ยวไหน เพราะฉันไม่ได้รับการอนุญาติออกนอกประเทศช่วงรอวีซ่า เเต่สามีต้องเดินทางไป ประชุมกับเพื่อนกลุ่มภาษาที่เขาพูดกัน ที่ประเทศ เยอรมัน เป็นเวลา ห้าวัน พอกลับมาทุกอย่างก็ปกติ  เเละเเล้วฉันได้วีซ่า คู่สมรส เป็นเวลาต่อมาหลังจากนั่นเราก็ยุ่งกัน ไม่ค่อยมีเวลา เพราะฉันเริ่มไปโรงเรียน เรียนภาษาบ้านเขา ตื่นเช้า เรียนเสร็จไปทำงาน กลับมาทำกับข้าาว ดูเเลเรื่องความสะอาด เราวางเเผนที่จะเดินทางไปเที่ยวไทย เมื่อช่วงโรงเรียนหยุด ซื้อตั๋วเรียบร้อยเเล้ว ว่างเเผนว่าจะไปไหนบ้าง เรียบร้อย ทุกอย่างดูปกติ

ทำยังไงเมื่อเรารู้สึกว่ามีอะไรเปลี่ยนไปในตัวสามีเรา 

เชื่อไหมว่าความรู้สึกหรือสัมผัสที่ห้าของผู้หญิงนี่มันเเรงจริงๆนะ จากเหตุการณ์การใช้ชีวิตที่ปกติ กลับกลายเป็นว่า มีอะไรบางอย่างเปลี่ยนไป เรารู้สึกได้ พฤติกรรมเปลี่ยนไป Body language การพูดจา คนเราเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เชียวเหรอ ว้าว กลับบ้านเคยหอมแก้มเคยพูดเล่นหยอกล้อกลับเป็นว่า ไม่เหมือนเดิม โทรศัพท์ ที่เราเคยเล่นได้สบายโดยที่เราไม่ต้องขออนุญาติกลับว่างอยู่ห่างๆเรา เเละ เอาหน้าจอควำ่ลง หลังจากกลับมาจากเยอรมัน ทำไมมันเปลี่ยนไป เข้าห้องน้ำนานๆ ถามไม่ค่อยฟัง เเละก็เล่นโทรศัพท์เป็นเวลานาน เวลาหนึ่งอาทิตย์ที่เรารู้สึกเเบบนี้ เราอึดอัดมาก จนต้องร้องไห้คนเดียว เพราะเรามีความรู้สึกเเปลก เเละเราเริ่มดูว่ามันเป็นยังไง บังเอิญเราใช้คอมอีกเครื่องของเขาที่มีเฟชบุ๊คที่ออนออยู่ เเละเราก็ได้เจอความจริงบางอย่าง เเต่เราเก็บไว้เเละยังไม่ถามอะไร ยอมรับว่าเสียใจมากจนไม่รู้จะว่ายัง จำได้ว่าเป็นเดือนตุลาคมปี 2015 เเต่เราไม่โวยวาย เพราะว่ายังไม่ได้ฟังจากปากเขา เเต่ตอนนั่นร้องไห้หนักมาก ไม่ยอมให้เรารู้ พอเขากลับมาเราก็ทำตัวปกติ  วันที่เราตัดสินใจถาม เอาวะอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด หลังจากอาหารเย็น เราดูหนังกันจบเเล้ว เป็นหนังที่เกี่ยวกับการนอกใจกันเสียด้วย เรื่องมันจะบังเอิญอะไรขนาดนี้ ความอึดอัด ทำให้เราถาม เขาไป ก่อนอื่นเราก็ พูดก่อนว่า ฉันรู้สึกได้ว่าเธอเปลี่ยนไปหลังจากกลับมาจาก เยอรมัน ขอถามตรงๆ ว่าตอนนี้เธอคุยกับคนอื่นหรือ มีความสัมพันธ์กับใครบ้างไหม  คำตอบที่ได้ หลังจากความเงียบสงัดก็คือ ใช่ เเละก็คำว่าฉันขอโทษ  รู้ไหมว่าเราไม่โวยวาย เเต่หน้าชา ความสับสนต่างวิ่งเข้ามา รู้สึกเจ็บทำอะไรไม่ถูก เราก็วิ่งเข้าห้องนอนเเละก็ร้องไห้ออกมา  เขาสารภาพ ว่าเขาเจอเธอที่เยอรมัน เขาเเค่จูบเธอ เเละไม่ได้มีอะไรเกินเลย เเละ เธอกำลังจะมาเที่ยวที่เมืองที่เราอยู่ในวันเสาร์อาทิตย์ที่จะถึงนี้

 

ทำยังไงต่อไปเมื่อความเชื่อใจมันถูกทำลายลอง โอกาศครั้งที่สอง คืออะไร

เราร้องไห้อยู่พักใหญ่ เขาก็ได้เเต่ขอโทษเเละ เขาพูดไปว่า ฉันไม่สัญญา ว่ามันจะไม่เกิดขึ้น นั่นคือหมายความว่า ถ้ามันไม่เกิดตอนนี้เดียวนี้สักวันมันก็ต้องทำให้เราเจ็บ รู้ไหมสิ่งที่มันเกิดขึ้น ตอนนั่น เรายอมรับว่าตัวเองเเข็งเเกรงในระดับหนึ่ง คืนนั่นผ่านไปด้วยความยาวนาน รู้ว่าได้ว่าเวลาคนเรามีความทุกข์มันเป็นยังไง ตาสองตามันเหนื่อย เเต่สมองกับใจมันหลับไม่ลง คืนนั่นคิดอะไรต่างๆทั้งคืน วันต่อมาเราโทรหาเพื่อนรัก ที่อยู่กับเราตลอดเวลา เเละเราย้ายออกไปอยู่โรงเเรม เพราะว่าเราไม่สามารถทนเห็นหน้าเขาได้ กินไม่ได้ นอนไม่หลับ เเละรู้ว่าเขาสองคนกำลังจะมาเจอกัน ขณะที่เราเป็นอะไรก็ไม่รู้ เหมือนคนที่ไม่เคยรู้จักกัน เขาขอร้องให้เรากลับไปที่อพาทเม้น โอเค เราก็กลับไป ปกติ ทำกับข้าว เเต่เราไม่ได้มีความสุข เเต่ขณะนั่นเราคิดอะไรได้หลายอย่าง เเต่เราก็ยังเศร้าอยู่ คนที่เราคิดถึงที่สุดคือเเม่ เชื่อไหมหน้าเเม่ลอยมาผู้หญิงที่ทำให้เรามีกำลังใจ วันนั้นเราก็ถามเขาคุยกันเเบบผู้ใหญ่ เขาคิดที่จะซื้อตั๋วเครื่องบินให้เราเพื่อจะส่งเราไปสเปนช่วงที่สาวเจ้ามาเที่ยวหาเขา เเต่เราบอกว่านั่นไม่ใช่ทางออกที่ดี ไม่น่าเชื่อว่าคนที่เราคิดว่าเขาจะไม่ทำร้ายเรากลับกลายเป็นคนละคนภายในชั่วข้ามคืน เเต่เรามีแผนอยู่ในใจเเล้วว่าจะทำยังไง รู้ไหมว่าเวลาคนเราเจอแบบนี้เราไม่คิดถึงสิ่งดีๆที่เขาทำมาตลอดระยะเวลา 5 ปีเลย มันพังลง เราไม่รับข้อเสนอไดทั้งสิ้น ไม่ว่าจะให้เราเเต่งงานเเต่เราเจอกันเป็นบางครั้งบางคราว หรือเเม้เเต่ว่าให้เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน เราไม่ตอบไดๆทั้งสิ้น ในใจเรามีรู้เเล้วว่าเราต้องทำยังไง พอวันถัดมา หลังจากที่เขาไปทำงานเเล้ว เราก็เก็บข้าวของใส่กระเป๋า เสื้อผ้าเขาเราก็รีด เก็บใส่ตู้ให้เรียบร้อย เปลี่ยนผ้าปูที่นอน ทุกอย่าง เเล้วเราก็โทรให้เพื่อนมารับไปอยู่กับเพื่อน ก่อนที่เราจะเดินทางกลับไทย คิดในใจ เราจะไปเเบบสวยๆ ให้มันได้จำในสิ่งที่ดีๆ เเละเสียใจที่มันได้ทำกับเราเเบบนี้ มีหลายคนบอกว่าทำไมไม่คุยกันดีๆ เเค่นี้ จะกลับ เเต่สำหรับเรา เมื่อ ความเชื่อใจถูกทำลายลงฉันก็ไม่เชื่อใจที่จะให้โอกาศ เเละ จะอยู่ร่วมกันได้ ถ้าเคยนอกใจต่อให้ๆโอกาสเขาก็ต้องทำอีก ฉันทำไปเพื่อความสุขของตัวฉันเอง เเละฉันก็จากไป พร้อมกับจดหมายที่บอกว่า ขอให้เธอสองคนรักกันดี โชคดี ทิ้งกุญเเจไว้เเละก็ไปอยู่กับเพื่อน สามสี่วัน เพื่อเดินทางกลับไทย

ช่วงเวลาของความทุกข์ทำยังไงกับมัน เมื่ออกหัก หรือโดนหักอก 

ยอมรับนะว่าไม่ง่ายเลยกับการก้าวผ่านความทุกข์นี้ไป ดูเหมือนเราเป็นคนเเข้มเเข็งเปลือกนอก เเต่ในใจเราก็อ่อนเเอเหมือนคนทั่วไป ฉันกลับมาไทย ไปหาที่พักใจ อยู่กับตัวเอง คิดอะไรได้หลายๆอย่าง ความทุกข์ มันคืออะไร มันเป็นเเบบนี้นี่เอง  กินไม่ได้ นอนไม่หลับ น้ำหนักลด ความรู้สึกไม่คงที่  สิ่งที่เราทำคือ อยู่กับมัน ร้องไห้ ถ้ามันทำให้เรารู้สึกดี ร้องออกไป เชื่อไหมว่า ร่างกายเราฉลาดที่สุด เขารู้ว่าเขาต้องทำยังไง เผื่อกำจัดความเศร้าออกไปจากร่างกายเรา เเต่ถ้าเศร้าจริงๆ การร้องไห้ช่วยได้มาก  หากิจกรรมใหม่ๆทำ อย่าเก็บตัวอยู่เเต่ในห้อง เพราะมันจะทำให้เราคิดถึงหรือจิตใจจดจ่ออยู่กับคนที่ทำให้เราเจ็บ ออกไปเจอสิ่งเวียดล้อมใหม่ๆ คุยกับเพื่อน ที่เราเชื่อใจที่สุด พ่อเเม่ ลองทำอะไรใหม่ๆเล่นโยค่ะ ลองอะไรที่เราอยากลองทำมัน เเละหันมารักตัวเอง ทำอะไรให้ตัวเอง ทำให้ตัวเองดูดี เเละสุดท้ายผู้ชายที่ทิ้งเราไปจะเสียใจ ที่ทำมันลงไป เเละ เชื่อไหมฉันผ่านมันได้ เเละทุกวันนี้ฉันมองย้อนกลับไป ต้องขอบคุณที่ทำให้ฉันได้เรียนรู้อะไรได้มากมาย เเละเรียนรู้ที่จะรักตัวเองมากขึ้น

หากมองกลับกัน มันก็ไม่ได้เลวร้ายหรือฆ่าเราให้ตายได้ ถ้าเราเอาชนะมันได้ เเละคิดบวก รักตัวเองก่อน เเละเราจะเจอกับคนที่เหมาะสมจะได้ความรักจากเราไป ไม่ใช่คนที่ได้เเล้วไม่เห็นค่ามัน คนเเบบนี้ไม่สมควร เชื่อเถอะเขาทิ้งเราไปมีคนอื่นได้สักวัน เขาก็อาจจะโดนทิ้งหรือเขาจะไม่เคยเจอรักเเท้

สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อโดนทิ้งหรือ อกหัก 

หันหน้าเข้าหาสิ่งเสพติด หรือดื่มเหล้าเพื่อประชด เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างมาก  หรือเเม้เเต่การหาคนใหม่มาทดเเทนทั้งๆที่เรายังไม่ผ่านช่วงเวลาเศร้า การหาเเฟนใหม่ทันทีไม่ใช่สิ่งที่ควรทำ ในความคิดของเรานะ เพราะไม่ดีต่อเราเองเเละคนที่เราคบเพื่อใช้เป็นเครื่องมือผ่านช่วงเวลาเศร้า เพราะมันไม่ได้ทำให้เราลืมช่วงเวลาที่เราอยู่กับเเฟนเก่าได้

จมอยู่กับอดีต เราลบรูปทุกอย่างทิ้งหมด ไม่ควรเก็บอะไรไว้ การทิ้งทุกอย่างทำให้เราผ่านช่วงเวลาเศร้าได้เร็ว

ทำร้ายตัวเอง เป็นความคิดที่ผิดมาก สิ่งที่เราต้องทำคือ รักตัวเองเเละทำตัวเองให้มีค่า เเล้วคนที่ทิ้งเราไปจะเสียใจ

 

เชื่อว่าคนที่เคยมีประสบการณ์เหล่านี้ มีทางออกให้กับตัวเอง สิ่งที่สำคัญคือ คนที่รักเราที่สุด เเละไม่ทิ้งเราไปไหน นั่นคือ พ่อเเม่ คนที่เราลืมตามาเเล้วเจอ คนเเรก นั่นคือท่าน ชีวิตการเดินทาง ช่วงเวลาชีวิตของคนเรามีทั้งทุกข์เเละสุข เป็นเรื่องธรรมดา ในช่วงเวลาเหล่านี้ เราต้องขอบคุณเพราะเราได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง จงขอบคุณความทุกข์เเละความสุขที่ทำให้เราเข้มเเข็ง ทุกวันนี้ฉันยังมองความรักเป็นสิ่งสวยงาม เเละทุกวันนี้ฉันเจอคนที่รักฉัน ความรักที่ช่างเเตกต่างกับครั้งก่อนที่ทำให้ฉันต้องทุกข์ เเต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราไม่รู้อนาคต ว่าจะนำอะไรมาสู่เรา อยู่กับปัจุบันเเละมีความสุขกับมันให้มากที่สุด เเล้วเราจะได้ไม่เสียดายทีหลังว่าเราไม่ได้ทำสิ่งนี้ สิ่งนั่น  รักตัวเองให้มาก เเล้วเราจะได้เเบ่งความรักที่เรามีให้ตัวเองไปให้คนที่เรารักเเละทำให้เขาเหล่านั่นมีความสุข เชื่อค่ะว่ารักสวยงาม เสมอ

ดอกไม้ที่ฉันปลูก

พอถึงช่วงฤดูใบไม้พลิ ดอกไม้ที่ปลูกไว้ก็เริ่มเกิดต้น ผลิใบ ก่อนอื่นต้องพูดก่อนว่าครั้งเเรกที่ปลูกดอกไม้ชนิดนี้ เเรกๆแอบกังวัลกลัวเขาจะไม่งอก ที่ยุโรปเวลาเราจะปลูกดอกไม้ เราต้องอ่านหรือศึกษานิดหนึ่งเเต่มันก็ไม่ได้ยากอะไร ตอนที่เราซื้อหัวดอกไม้มานั่นมันก็จะมีรายละเอียดบอกว่า ถ้าปลูกช่วงนี้ ดอกไม้จะออกดอกช่วงไหน ช่วงเวลาที่ปลูกก็จะเป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วง ช่วงเดือน ตุลาคม พฤศจิกายน เขาก็จะออกดอกช่วง มีนาคม เมษายน ดอกไม้ที่เราซื้อมาปลูกก็จะมี

1. Tulip จำนวน 100  หัว

2. Hyacinths 10 หัว

3. Crocus 25 หัว

4. Daffodils and Narcissi 25 หัว

 

 

 

นี่คือผลผลิตที่ได้มาถือว่าสวยงาม 🙂 อาจจะไม่สมบูรณ์เพราะไม่ได้ใส่ปุ๋ยเลย เเบบว่าปลูก ทิ้งๆขว้างๆ

สีนี่ไม่ได้ระบุนะตอนซื้อเพราะเขาเป็นเเพ็คที่รวมๆกันมา พออกมาก็ชอบค่ะ เดียวปีนี้จะหามาปลูกเพิ่ม ให้เยอะๆไปเลย 🙂