เมื่อรักพังลง ทำยังไงฉันถึงเป็นฉันคนเดิมได้ทุกวันนี้

img_2102

หลังความมืดมน ยังมีเเสงสว่าง ทุกปัญหาย่อมมีทางออกเสมอ

เมื่อรักพังสลาย ความรักกลายเป็นดาบเเหลมคม คนที่เรารักเเละคิดว่าเขาจะไม่ทำร้ายเรา กลับใช้ความรักนั่นเเทงเข้าข้างหลังเราทะลุตัดขั่วหัวใจขาด สิ่งที่เหลือทิ้งไว้ก็คือเเผลที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ทำยังไงฉันถึงกลับมาเป็นคนเดิมได้เเละกลับมองโลกรวมเปลี่ยนไป มุมมองของความรักฉันเปลี่ยนเเค่ไหน คำว่ารักของฉันมันยังสวยงามอยู่อีกใหม่ เมื่อมีความรักมันก็ต้องมีความ สุข เศร้า ผิดหวังตามมาเป็นเรื่องธรรมดาค่ะ 

ความรักของฉันเกิดขึ้น ณ ประเทศเเถมยุโรป ฉันได้พบกับความรัก เพราะการเดินทางไปทำงาน ต่างบ้านต่างเมือง การพบกันของเรา มันก็ไม่ได้หรูหรา เราเจอกันเพราะเราไปเที่ยวกับเพื่อน ในตัวเมือง บังเอิญได้เจอกัน คุยกันถือว่าถูกชะตา เขาเป็นนักศึกษา ป ปริญา โท ณ มหาลัยชื่อดังเเห่งหนึ่ง ทำงานด้านคอมพิวเตอร์ ถือว่าหน้าที่การงานมั่นคง หลังจากนั้นเราก็เเลกเบอร์กัน เเละ เริ่มเรียนรู้กันมา ระหว่างนั่นเราก็เดสกันทุกอาทิตย์ เพราะฉันหยุดวันเสาร์อาทิตย์ เราชอบทำกิจกรรมด้วยกัน เราชอบท่องเที่ยว พบเจอผู้คนมากมาย ความสุขงอม จำได้ว่าตอนนั่นมีความสุขมาก เราไม่ได้คิดอะไรมาก นอกจากอยากอยู่กับเขา จนเราไม่ได้สนใจ สิ่งที่เป็น *Red Flag ใดๆทั้งสิ้น นี่นะที่เราว่าความรักทำให้คนตาบอด ทุกอย่าดูสวยงามไปหมด เขาเป็นคนดีมาก ดูเเลดี สิ่งเเรกที่เรารู้เมื่อเริ่มรู้จักกับเขาคือ เขาเป็นมังสาวิรัตร เเต่เขาไม่ได้บอกเราตั้งเเต่ที่เเรก เเต่เราก็คิดว่าไม่เป็นไรหรอกเพื่อคนที่เรารักเราปรับตัวเองได้ เสมอ ไม่มีปัญหาอะไร ก็ทุกคนคิดเเบบนี้ไหมไม่รู้ เเต่ เราคิดว่าเราปรับตัวได้ เขาเป็นคนทานมังสาวิรัต เราก็ทานได้ การทำอาหารต่างๆเราก็ทำให้เป็นมังสาวิรัตรได้ เเรกเขาเช่าห้องอยู่กับเพื่อนในเมือง เป็นอพาท์เม้นมีหลายห้องเเละก็เเชร์กันอยู่ เราก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะรักฉันได้ทำทุกอย่างจนฉันลืมมองกลับมาดูตัวเองว่าเราเป็นตัวของตัวเองมากเเค่ไหน เราต้องเปลี่ยนเพื่อเขามากเเค่ไหน  เวลาผ่านไป เมื่อสัญญา การทำงานจบลงฉันต้องกลับบ้านเพราะอยู่ต่อไม่ได้ พอกลับมาที่ไทย เราเดินทางไปมาหากันตลอดเวลา เราเชื่อใจเขามาก เเละ เสมอเขาไม่ใช่คนที่จะทำเเบบนั่น หมายถึง ช่วงเวลาที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน เขาไม่เคยนอกลู่นอกทาง จนกระทั้งปี 2012 เราตัดสินใจเเต่งงาน ฉันกลับไปที่ประเทศนั่นเผื่อ ทำเรื่องเเต่งงาน การเเต่งงานของเรา เป็นเเบบเรียบง่าย *มีเเค่เราสองคน พ่อเเม่ฝ่ายชายไม่ได้รับรู้อะไร ไม่มีใครรู้ เราบอกพ่อเเม่เรา เเละเพื่อนเรา เราก็คิดว่าไม่เป็นไรหรอก หลังจากเเต่งงานเรายังไม่ย้ายไปอยู่ที่นั่นกับเขา เพราะความไม่สะดวกหลายอย่าง พ่อที่ป่วยเป็นโรคไต ต้องฟอกไต เราต้องช่วยเเม่ดูเเลพ่อ เขาก็เข้าใจ เราใช้วิธีการเดินทางไปเยี่ยม หรือเขามาหาเราที่ไทย ทำอยู่เป็นเวลา 2 ปี พ่อท่านได้จากไปอย่างสงบ หลังจากนั่นเราก็เลยตัดสินใจพูดกับเขาว่าเราจะย้ายไปอยู่กับเขา เราก็ดำเนินการทำเรื่อง เพื่อขอวีซ่าตามคู่สมรส ซึ่งตอนนั่นเราก็อยู่ที่ประเทศนั่น ไม่ได้กลับไทย คือรอเอกสารต่างๆที่นั่น

ในระหว่างนั่น เราได้ซื้ออพาท์เม้นท์ใหม่ ย้ายออกไปอยู่นอกเมือง วางเเผนทุกอย่างเป็นอย่างดีเพื่ออนคตของเราสองคน เราไม่เคยทะเลาะกัน เราเป็นคนชอบเล่นกีฬา เรามีเพื่อนคนไทยหลายคนที่นั่น ส่วนเขาไม่ค่อยมีเพื่อนเท่าไหร่ นับได้ว่ากี่คน เขาจะมีกลุ่มของคนที่ เป็นมังสาวิรัตร เเละพูดภาษาอะไรก็ไม่รู้ กลุ่มเพื่อนๆก็จะมาจากหลากหลายประเทศ  ฉันทำทุกอย่างให้เขา ทำหน้าที่ภรรยา ดูเเลเสื้อผ้า กับข้าว งานบ้านทุกอย่างเขามีหน้าที่ทำงาน หาเงิน เเต่ขอบอกว่าเขาไม่ได้ให้เงิน ใช้นะ เราใช้เงินกระเป๋าใครกระเป๋ามัน ฉันหาเงินด้วยการช่วยงานร้านอาหารเพื่อน ที่เเสนดีให้โอกาศเรา ถือว่าเราโชคดี เราไม่เคยทะเลาะกัน มีอะไรเราก็จะบอก ไม่เคยเลย ไม่เคยคิดเเม้ว่าสามีจะนอกใจ เพราะเขาเป็นคนดี ในสายตาเรา เราก็มีควาสุขกันดี

ปี 2015 ช่วงหน้าร้อนเราไม่ได้ไปเที่ยวไหน เพราะฉันไม่ได้รับการอนุญาติออกนอกประเทศช่วงรอวีซ่า เเต่สามีต้องเดินทางไป ประชุมกับเพื่อนกลุ่มภาษาที่เขาพูดกัน ที่ประเทศ เยอรมัน เป็นเวลา ห้าวัน พอกลับมาทุกอย่างก็ปกติ  เเละเเล้วฉันได้วีซ่า คู่สมรส เป็นเวลาต่อมาหลังจากนั่นเราก็ยุ่งกัน ไม่ค่อยมีเวลา เพราะฉันเริ่มไปโรงเรียน เรียนภาษาบ้านเขา ตื่นเช้า เรียนเสร็จไปทำงาน กลับมาทำกับข้าาว ดูเเลเรื่องความสะอาด เราวางเเผนที่จะเดินทางไปเที่ยวไทย เมื่อช่วงโรงเรียนหยุด ซื้อตั๋วเรียบร้อยเเล้ว ว่างเเผนว่าจะไปไหนบ้าง เรียบร้อย ทุกอย่างดูปกติ

ทำยังไงเมื่อเรารู้สึกว่ามีอะไรเปลี่ยนไปในตัวสามีเรา 

เชื่อไหมว่าความรู้สึกหรือสัมผัสที่ห้าของผู้หญิงนี่มันเเรงจริงๆนะ จากเหตุการณ์การใช้ชีวิตที่ปกติ กลับกลายเป็นว่า มีอะไรบางอย่างเปลี่ยนไป เรารู้สึกได้ พฤติกรรมเปลี่ยนไป Body language การพูดจา คนเราเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เชียวเหรอ ว้าว กลับบ้านเคยหอมแก้มเคยพูดเล่นหยอกล้อกลับเป็นว่า ไม่เหมือนเดิม โทรศัพท์ ที่เราเคยเล่นได้สบายโดยที่เราไม่ต้องขออนุญาติกลับว่างอยู่ห่างๆเรา เเละ เอาหน้าจอควำ่ลง หลังจากกลับมาจากเยอรมัน ทำไมมันเปลี่ยนไป เข้าห้องน้ำนานๆ ถามไม่ค่อยฟัง เเละก็เล่นโทรศัพท์เป็นเวลานาน เวลาหนึ่งอาทิตย์ที่เรารู้สึกเเบบนี้ เราอึดอัดมาก จนต้องร้องไห้คนเดียว เพราะเรามีความรู้สึกเเปลก เเละเราเริ่มดูว่ามันเป็นยังไง บังเอิญเราใช้คอมอีกเครื่องของเขาที่มีเฟชบุ๊คที่ออนออยู่ เเละเราก็ได้เจอความจริงบางอย่าง เเต่เราเก็บไว้เเละยังไม่ถามอะไร ยอมรับว่าเสียใจมากจนไม่รู้จะว่ายัง จำได้ว่าเป็นเดือนตุลาคมปี 2015 เเต่เราไม่โวยวาย เพราะว่ายังไม่ได้ฟังจากปากเขา เเต่ตอนนั่นร้องไห้หนักมาก ไม่ยอมให้เรารู้ พอเขากลับมาเราก็ทำตัวปกติ  วันที่เราตัดสินใจถาม เอาวะอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด หลังจากอาหารเย็น เราดูหนังกันจบเเล้ว เป็นหนังที่เกี่ยวกับการนอกใจกันเสียด้วย เรื่องมันจะบังเอิญอะไรขนาดนี้ ความอึดอัด ทำให้เราถาม เขาไป ก่อนอื่นเราก็ พูดก่อนว่า ฉันรู้สึกได้ว่าเธอเปลี่ยนไปหลังจากกลับมาจาก เยอรมัน ขอถามตรงๆ ว่าตอนนี้เธอคุยกับคนอื่นหรือ มีความสัมพันธ์กับใครบ้างไหม  คำตอบที่ได้ หลังจากความเงียบสงัดก็คือ ใช่ เเละก็คำว่าฉันขอโทษ  รู้ไหมว่าเราไม่โวยวาย เเต่หน้าชา ความสับสนต่างวิ่งเข้ามา รู้สึกเจ็บทำอะไรไม่ถูก เราก็วิ่งเข้าห้องนอนเเละก็ร้องไห้ออกมา  เขาสารภาพ ว่าเขาเจอเธอที่เยอรมัน เขาเเค่จูบเธอ เเละไม่ได้มีอะไรเกินเลย เเละ เธอกำลังจะมาเที่ยวที่เมืองที่เราอยู่ในวันเสาร์อาทิตย์ที่จะถึงนี้

 

ทำยังไงต่อไปเมื่อความเชื่อใจมันถูกทำลายลอง โอกาศครั้งที่สอง คืออะไร

เราร้องไห้อยู่พักใหญ่ เขาก็ได้เเต่ขอโทษเเละ เขาพูดไปว่า ฉันไม่สัญญา ว่ามันจะไม่เกิดขึ้น นั่นคือหมายความว่า ถ้ามันไม่เกิดตอนนี้เดียวนี้สักวันมันก็ต้องทำให้เราเจ็บ รู้ไหมสิ่งที่มันเกิดขึ้น ตอนนั่น เรายอมรับว่าตัวเองเเข็งเเกรงในระดับหนึ่ง คืนนั่นผ่านไปด้วยความยาวนาน รู้ว่าได้ว่าเวลาคนเรามีความทุกข์มันเป็นยังไง ตาสองตามันเหนื่อย เเต่สมองกับใจมันหลับไม่ลง คืนนั่นคิดอะไรต่างๆทั้งคืน วันต่อมาเราโทรหาเพื่อนรัก ที่อยู่กับเราตลอดเวลา เเละเราย้ายออกไปอยู่โรงเเรม เพราะว่าเราไม่สามารถทนเห็นหน้าเขาได้ กินไม่ได้ นอนไม่หลับ เเละรู้ว่าเขาสองคนกำลังจะมาเจอกัน ขณะที่เราเป็นอะไรก็ไม่รู้ เหมือนคนที่ไม่เคยรู้จักกัน เขาขอร้องให้เรากลับไปที่อพาทเม้น โอเค เราก็กลับไป ปกติ ทำกับข้าว เเต่เราไม่ได้มีความสุข เเต่ขณะนั่นเราคิดอะไรได้หลายอย่าง เเต่เราก็ยังเศร้าอยู่ คนที่เราคิดถึงที่สุดคือเเม่ เชื่อไหมหน้าเเม่ลอยมาผู้หญิงที่ทำให้เรามีกำลังใจ วันนั้นเราก็ถามเขาคุยกันเเบบผู้ใหญ่ เขาคิดที่จะซื้อตั๋วเครื่องบินให้เราเพื่อจะส่งเราไปสเปนช่วงที่สาวเจ้ามาเที่ยวหาเขา เเต่เราบอกว่านั่นไม่ใช่ทางออกที่ดี ไม่น่าเชื่อว่าคนที่เราคิดว่าเขาจะไม่ทำร้ายเรากลับกลายเป็นคนละคนภายในชั่วข้ามคืน เเต่เรามีแผนอยู่ในใจเเล้วว่าจะทำยังไง รู้ไหมว่าเวลาคนเราเจอแบบนี้เราไม่คิดถึงสิ่งดีๆที่เขาทำมาตลอดระยะเวลา 5 ปีเลย มันพังลง เราไม่รับข้อเสนอไดทั้งสิ้น ไม่ว่าจะให้เราเเต่งงานเเต่เราเจอกันเป็นบางครั้งบางคราว หรือเเม้เเต่ว่าให้เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน เราไม่ตอบไดๆทั้งสิ้น ในใจเรามีรู้เเล้วว่าเราต้องทำยังไง พอวันถัดมา หลังจากที่เขาไปทำงานเเล้ว เราก็เก็บข้าวของใส่กระเป๋า เสื้อผ้าเขาเราก็รีด เก็บใส่ตู้ให้เรียบร้อย เปลี่ยนผ้าปูที่นอน ทุกอย่าง เเล้วเราก็โทรให้เพื่อนมารับไปอยู่กับเพื่อน ก่อนที่เราจะเดินทางกลับไทย คิดในใจ เราจะไปเเบบสวยๆ ให้มันได้จำในสิ่งที่ดีๆ เเละเสียใจที่มันได้ทำกับเราเเบบนี้ มีหลายคนบอกว่าทำไมไม่คุยกันดีๆ เเค่นี้ จะกลับ เเต่สำหรับเรา เมื่อ ความเชื่อใจถูกทำลายลงฉันก็ไม่เชื่อใจที่จะให้โอกาศ เเละ จะอยู่ร่วมกันได้ ถ้าเคยนอกใจต่อให้ๆโอกาสเขาก็ต้องทำอีก ฉันทำไปเพื่อความสุขของตัวฉันเอง เเละฉันก็จากไป พร้อมกับจดหมายที่บอกว่า ขอให้เธอสองคนรักกันดี โชคดี ทิ้งกุญเเจไว้เเละก็ไปอยู่กับเพื่อน สามสี่วัน เพื่อเดินทางกลับไทย

ช่วงเวลาของความทุกข์ทำยังไงกับมัน เมื่ออกหัก หรือโดนหักอก 

ยอมรับนะว่าไม่ง่ายเลยกับการก้าวผ่านความทุกข์นี้ไป ดูเหมือนเราเป็นคนเเข้มเเข็งเปลือกนอก เเต่ในใจเราก็อ่อนเเอเหมือนคนทั่วไป ฉันกลับมาไทย ไปหาที่พักใจ อยู่กับตัวเอง คิดอะไรได้หลายๆอย่าง ความทุกข์ มันคืออะไร มันเป็นเเบบนี้นี่เอง  กินไม่ได้ นอนไม่หลับ น้ำหนักลด ความรู้สึกไม่คงที่  สิ่งที่เราทำคือ อยู่กับมัน ร้องไห้ ถ้ามันทำให้เรารู้สึกดี ร้องออกไป เชื่อไหมว่า ร่างกายเราฉลาดที่สุด เขารู้ว่าเขาต้องทำยังไง เผื่อกำจัดความเศร้าออกไปจากร่างกายเรา เเต่ถ้าเศร้าจริงๆ การร้องไห้ช่วยได้มาก  หากิจกรรมใหม่ๆทำ อย่าเก็บตัวอยู่เเต่ในห้อง เพราะมันจะทำให้เราคิดถึงหรือจิตใจจดจ่ออยู่กับคนที่ทำให้เราเจ็บ ออกไปเจอสิ่งเวียดล้อมใหม่ๆ คุยกับเพื่อน ที่เราเชื่อใจที่สุด พ่อเเม่ ลองทำอะไรใหม่ๆเล่นโยค่ะ ลองอะไรที่เราอยากลองทำมัน เเละหันมารักตัวเอง ทำอะไรให้ตัวเอง ทำให้ตัวเองดูดี เเละสุดท้ายผู้ชายที่ทิ้งเราไปจะเสียใจ ที่ทำมันลงไป เเละ เชื่อไหมฉันผ่านมันได้ เเละทุกวันนี้ฉันมองย้อนกลับไป ต้องขอบคุณที่ทำให้ฉันได้เรียนรู้อะไรได้มากมาย เเละเรียนรู้ที่จะรักตัวเองมากขึ้น

หากมองกลับกัน มันก็ไม่ได้เลวร้ายหรือฆ่าเราให้ตายได้ ถ้าเราเอาชนะมันได้ เเละคิดบวก รักตัวเองก่อน เเละเราจะเจอกับคนที่เหมาะสมจะได้ความรักจากเราไป ไม่ใช่คนที่ได้เเล้วไม่เห็นค่ามัน คนเเบบนี้ไม่สมควร เชื่อเถอะเขาทิ้งเราไปมีคนอื่นได้สักวัน เขาก็อาจจะโดนทิ้งหรือเขาจะไม่เคยเจอรักเเท้

สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อโดนทิ้งหรือ อกหัก 

หันหน้าเข้าหาสิ่งเสพติด หรือดื่มเหล้าเพื่อประชด เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างมาก  หรือเเม้เเต่การหาคนใหม่มาทดเเทนทั้งๆที่เรายังไม่ผ่านช่วงเวลาเศร้า การหาเเฟนใหม่ทันทีไม่ใช่สิ่งที่ควรทำ ในความคิดของเรานะ เพราะไม่ดีต่อเราเองเเละคนที่เราคบเพื่อใช้เป็นเครื่องมือผ่านช่วงเวลาเศร้า เพราะมันไม่ได้ทำให้เราลืมช่วงเวลาที่เราอยู่กับเเฟนเก่าได้

จมอยู่กับอดีต เราลบรูปทุกอย่างทิ้งหมด ไม่ควรเก็บอะไรไว้ การทิ้งทุกอย่างทำให้เราผ่านช่วงเวลาเศร้าได้เร็ว

ทำร้ายตัวเอง เป็นความคิดที่ผิดมาก สิ่งที่เราต้องทำคือ รักตัวเองเเละทำตัวเองให้มีค่า เเล้วคนที่ทิ้งเราไปจะเสียใจ

 

เชื่อว่าคนที่เคยมีประสบการณ์เหล่านี้ มีทางออกให้กับตัวเอง สิ่งที่สำคัญคือ คนที่รักเราที่สุด เเละไม่ทิ้งเราไปไหน นั่นคือ พ่อเเม่ คนที่เราลืมตามาเเล้วเจอ คนเเรก นั่นคือท่าน ชีวิตการเดินทาง ช่วงเวลาชีวิตของคนเรามีทั้งทุกข์เเละสุข เป็นเรื่องธรรมดา ในช่วงเวลาเหล่านี้ เราต้องขอบคุณเพราะเราได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง จงขอบคุณความทุกข์เเละความสุขที่ทำให้เราเข้มเเข็ง ทุกวันนี้ฉันยังมองความรักเป็นสิ่งสวยงาม เเละทุกวันนี้ฉันเจอคนที่รักฉัน ความรักที่ช่างเเตกต่างกับครั้งก่อนที่ทำให้ฉันต้องทุกข์ เเต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราไม่รู้อนาคต ว่าจะนำอะไรมาสู่เรา อยู่กับปัจุบันเเละมีความสุขกับมันให้มากที่สุด เเล้วเราจะได้ไม่เสียดายทีหลังว่าเราไม่ได้ทำสิ่งนี้ สิ่งนั่น  รักตัวเองให้มาก เเล้วเราจะได้เเบ่งความรักที่เรามีให้ตัวเองไปให้คนที่เรารักเเละทำให้เขาเหล่านั่นมีความสุข เชื่อค่ะว่ารักสวยงาม เสมอ

Author: สาวภูไทกาฬสินธุ์

สาวภูไท กาฬสินธุ์ ผลัดถิ่น มาอยู่เเดนไกล เเม้ต่างชาติต่างภาษาเเต่ ไม่เคยลืมชาติกำเนิด

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s