“ชีวิตที่ไม่มี เฟชบุ๊ค อินตราเเกรม หรือ ทวิตเตอร์”

ฉันออกจากโลกออนไลน์มาเกือบสองปีเเล้ว มันเปลี่ยนชีวิตฉันหลายอย่างเลย

img_3337

เกือบสองปีที่เเล้วฉันตัดสินใจ ออกจาก เฟชบุ๊ค อินตราเเกรม ทวีตเตอร์ หลังจากที่ฉันเห็นว่ามันเริ่มที่จะครอบครองชีวิตของฉัน มากขึ้นทุกวัน ฉันมีเฟชบุ๊ค อินตราเเกรม หรือทวิตเตอร์ ด้วยเหตุผลเหมือนๆใครหลายๆคนที่ต้องการมีไว้เป็นช่องทางการติดต่อเพื่อน ครอบครัว หรือ การเรียน การทำงาน ที่ทุกวันนี้ถือว่าสำคัญ เเต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับฉันคือ ฉันติดมันมากเลยที่เดียว สุดท้ายฉันก็ตัดสินใจกับตัวเองว่าจะเลิกโดยเด็ดขาด นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนเเปลง หนึ่งวันผ่านไปก็โหลดกลับมาอีก เอาน่านิดหนึ่งเเละค่อยจำกัดเวลาในการเช็ค โพส เเต่ก็ไม่ได้เป็นอย่างนั่น กลับมาติดเหมือนเดิม คงเหมือนกับการติดยาเสพติด หรือ การเสพติดอย่างอื่น ที่หลายครั้งที่จะออกจากมันเเต่ก็ต้องกลับมาอีกเพราะคิดว่า ไม่เป็นไรเเค่นิดเดียว จนสุดท้ายเลยต้องหักดิบเลย เอาซิฉันต้องทำได้ดีที่มีคนออกเป็นเพื่อนนั่นคือ เเฟน เกิดอะไรขึ้น พอลบออก หายเงียบไปจากสิ่งเหล่านี้ เพื่อนร่วมงานเริ่มถามละ เจ้หายไปไหน ทำไมไม่เห็นใน เฟชบุ๊ค อินตราเเกรม เเล้ว จะดีเหรอไม่ใช้เเล้วนะ ระวังตามเพื่อนไม่ทันนะว่าเกิดอะไรขึ้น เเละคำถามต่างๆนานา ยังกับฉันเป็นดารา จะติดต่อยังไง จะไม่เหงาเหรอ เเม้เเต่เพื่อนยังห่วงกลัวติดต่อไม่ได้ หนึ่งเดือน สองเดือน สามเดือน หนึ่งปี หนึ่งปีครึ่ง ผ่านไป ฉันก็ยังอยู่ได้ บางทีการที่เราปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เป็นตัวครอบหง่ำเราเราก็จะขาดสติ จนทำให้มันเป็นนายเรา เหมือนทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตถ้าเราใช้มากเกินไปมันก็ไม่ดี เพราะฉะนั้นต้องพอ ไม่ใช่ว่าโซเซียลมีเดียไม่ดีนะค่ะ หากเราหาประโยชน์จากมันได้ มันก็ไม่ใช่สิ่งเลวร้ายค่ะ มาดูว่าหลังจากที่เลิกไปโดยเด็ดขาด ชีวิตฉันเปลี่ยนไปยังไง

ฉันมีเวลาให้กับตัวเองเเละคนที่ฉันรักมากขึ้น เมื่อก่อนตื่นเช้ามาสิ่งเเรกที่ทำคือ เช็คเฟชบุ๊ค อินตราเเกรม เข้าห้องน้ำใช้เวลานาน เพราะมั่วเเต่เช็คเฟชบุ๊ค ฉันใช่เวลากับมันหลายชั่วโมงต่อวันโดยที่ไม่ได้อะไรเลย เเต่หลังจากที่ฉันหยุดใช้มัน ฉันมีเวลาทำหลายสิ่งหลายอย่าง ฉันมีเวลาออกกำลังกาย มีเวลาคุยกับเเม่เเละครอบครัวมากขึ้น เเม้เเต่การไปกินข้าวกับเเฟน เราก็คุยกันมากขึ้น ก่อนนอนฉันไม่เช็คเฟชบุ๊คเเล้ว เเต่ฉันมีหนังสืออ่าน จริงเเล้วมันมีอะไรให้เราทำเยอะเเยะ  นอกจากนี้มันทำให้ฉันอยู่ในโลกของความเป็นจริง มีจิตใจสงบ  เเละไม่เปรียบเทียบตัวเองกับเพื่อนๆคนอื่น การที่เราเห็นเพื่อนโพสไปเที่ยว ไปช๊อป ไปกิน เราทำงาน เเล้วเราเห็นเราก็จะรู้สึกว่าทำไมเราไม่ได้ทำบ้าง เราต้องมานั่งทำงานในขณะที่เพื่อนสนุกสนาน ต่างๆนา บางคนบอกว่าก็อย่าไปสนใจซิ ว่าได้ค่ะเเต่ในทางปฏิบัติมันยากที่ไม่ให้เราเปรียบเทียบหรืออิจฉาคนอื่น เเต่การที่เราไม่รู้ไม่เห็นเราก็ไม่ทุกข์ใจหรือ เป็นเดือดเป็นร้อนใจ ใช่ไหมค่ะ เพราะเราไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่องของใคร เราก็มีใจที่สงบ เเละจะได้จดจ่อกับสิ่งที่ทำ เเละฉันคุยกับเพื่อนร่วมงานมากขึ้น ไม่ใช่มั่วเเต่ไปคุยกับเพื่อนที่อยู่ในโลกออนไลน์​   เเละฉันยังเป็นผู้ฟังที่ดี เวลาไปกินข้าวกับเพื่อนๆ ฉันก็จะขอเพื่อนให้ว่างโทรศัพท์ก่อน เเล้วทานข้าวคุยกัน เหมือนสมัยเราไม่มีโซเวียลมีเดีย หรือ สมาร์ทโฟน เเบบนี้ดีกว่าใช่ไหมค่ะ นอกจากนี้ฉันยังมีเวลา อ่านหนังสือ ทำงานบ้าน เล่นกีฬา นั่งคุยกับคุณยาย เล่นกับหลาน ไปเที่ยวกับครอบครัวโดยที่ฉันไม่ต้องกังวัล ว่ารูปใช้มีคนกดไลค์ไปเท่าไหร่ หรือเมื่อไหร่เพื่อนจะรับคำขอ หรือคิดเเม้กะรทั้งว่าวันเกิดเราจะมีคนมาอวยพรกี่คน สิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นกับฉันเเละฉันดีใจที่ฉันออกจากมันได้ เเละฉันก็ไม่คิดถึงมัน เพราะฉันมีความสุขได้โดยไม่ต้องมีสิ่งเหล่านี้ เเละไม่สนใจว่าคนอื่นจะคิดยังไง ทั้งนี้ทั้งนั่นฉันไม่ได้หมายความว่าคนที่ใช้โซเซียลหรือ โซเซียลมีเดียไม่ดีนะค่ะ ทุกอย่างดีหมดหากเราใช้ให้พอดี ที่สำคัญอย่าลืมใส่ใจคนที่อยู่รอบๆข้างเรา เเบ่งเวลาให้ลงตัว เเค่นี้เราก็จะใช้โซเซียลมีเดียได้อย่างมีความสุขไม่ปล่อยให้มันกลายเป็นตัวควบคุมเรา เเค่นี้ก็ดีเเล้วค่ะ

ขอบคุณรูปภาพประกอบจาก http://www.pexels.com

Author: สาวภูไทกาฬสินธุ์

สาวภูไท กาฬสินธุ์ ผลัดถิ่น มาอยู่เเดนไกล เเม้ต่างชาติต่างภาษาเเต่ ไม่เคยลืมชาติกำเนิด

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s